ปัจจุบันเครื่องเสียงรถกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะเราต้องใช้ชีวิตอยู่ในรถบนท้องถนน รวม ๆ แล้ว วันละหลาย ๆ ชั่วโมงและซ้ำซากทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับตั้งแต่เช้า ส่งลูก ๆ ไปโรงเรียน ไปทำงาน ไปธุระ จนกระทั่งกลับบ้าน ชีวิตบนท้องถนนทั้งตึงเครียด และน่าเบื่อ ราวถูกขังคุก เด็ก ๆ ที่อยู่ในรถจึงกระจองอแง เพราะไม่มีที่ระบายออก เพื่อแก้ปัญหานี้ ชุดเครื่องเสียงใหม่จึงเป็นทางออกที่ดีอย่างยิ่ง แม้ยุคสมัยปัจจุบัน บริษัทผลิตรถยนต์จะลงเครื่องเสียงแบบ OEM ที่คุณภาพดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ เพราะถูกจำกัดด้วยงบประมาณและเป็นการเลือกใช้แบบไม่มีระบบ เข้าทำนองมีของดีมันทำหน้าที่ได้ แต่ทำได้ดีไม่เต็มที่สมกับที่ควรจะดี
อยากได้ของดี ต้องใช้งบประมาณแค่ไหน? ถ้าทำอย่างเป็น Step ใช้งบไม่เยอะ เพราะไม่ต้องจ่ายซ้ำซ้อน ไม่ต้องรื้อรถบ่อย ๆ ขั้นตอนต่อไปนี้ THE VOICE ลำดับไว้เป็นข้อมูลพื้นฐาน สำหรับท่านที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องเสียง ลองพิจารณาดูนะครับ |
 |
 |
| ดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวี ด้วย Front 2DIN |
เน้นฟังเพลงล้วน ๆ ด้วย Front 1DIN |
1. แนะนำให้เปลี่ยน Front เป็นลำดับแรก เพราะ Front เป็นแหล่งกำเนิดเสียง จากวิทยุเดิม ๆ 25 Watts x 4 เป็น 50 Watts x 4 พละกำลังเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว เสมือนนักร้องมีเรี่ยวมีแรง แต่จะชอบเสียงแนวไหน หวาน ใหญ่ หนานุ่ม ใส ๆ อันนี้ขึ้นอยู่กับบุคลิกของแต่ละยี่ห้อ ส่วนจะเลือกแบบร้องเพลงอย่างเดียว หรือแบบดูแผ่น DVD, TV หรือ Navigator ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของเราเอง (ครอบครัวที่มีเด็ก ๆ มักเลือกแบบมีจอเล่น DVD หรือดู TV เพราะเด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินกับ Cartoon ไม่ต้องโยเย หงุดหงิด ส่วนครอบครัวที่มักเดินทางบ่อย ๆ อาจให้ความสำคัญกับ Navigator ด้วย) หากเปลี่ยนลำโพงก่อน ผลอาจจะเท่าเดิม หรือดีขึ้นเล็กน้อย ไม่คุ้มค่าเงิน และเวลาที่เราเสียไป เพราะแหล่งกำเนิดเสียงยังเหมือนเดิม |
 |
 |
| ลำโพงเสียงแหลม (Tweeter) คู่หน้า |
ลำโพงเสียงกลาง (Woofer) คู่หน้า |
2. ลำดับต่อมาคือ เปลี่ยนลำโพง จริง ๆ แล้วหากเป็นไปได้ มีงบประมาณเพียงพอ เปลี่ยน Front กับลำโพงคู่หน้าไปพร้อม ๆ กันเลย เพียงแค่นี้คุณภาพเสียงก็จะดีขึ้นอย่างมากแล้ว ถ้าเลือกใช้แบบ Hi-Power คือ วิทยุขับอย่างเดียวโดยไม่ใช้เพาเวอร์แอมป์ ควรเลือกลำโพงที่กินวัตต์น้อย ๆ เพราะเสียงจะอวบอิ่ม ขับโดยใช้กำลังขับจากวิทยุก็เพียงพอ และสำหรับลำโพงคู่หลัง หลาย ๆ ท่าน มักถามว่าจำเป็นไหมจะต้องเปลี่ยนลำโพงคู่หลังด้วย อยู่ที่มีผู้โดยสารนั่งด้านหลังหรือไม่และคุณมีงบประมาณมากน้อยเพียงใด ถ้าหากมีผู้โดยสารด้านหลังด้วย ต้องการให้ผู้โดยสารที่นั่งด้านหลังได้ฟังเสียงที่ดี ๆ เหมือนคู่หน้าด้วยและคุณไม่มีปัญหาเรื่องงบ ก็เปลี่ยนเหมือนคู่หน้าไปเลย แต่ถ้าหากคุณไม่มีงบเพียงพอ คู่หลังก็อาจใช้ลำโพงเดิมไปก่อนก็ได้ หรือถ้าไม่มีคนนั่งด้านหลังเลย หรือนาน ๆ จะมีคนนั่งซักที จะถอดลำโพงคู่หลังออกเลยก็ได้ แล้วเอางบที่ตั้งใจสำหรับคู่หลัง (ที่ตอนนี้ไม่ต้องซื้อแล้ว) มาเพิ่มคุณภาพของลำโพงคู่หน้า โดยเลือกลำโพงที่เสียงดีขึ้นไปอีกหรือจะเจียดไปแบ่งให้ Front โดยเลือกรุ่นที่ดีขึ้นไปอีกก็ได้ หรือถ้าคิดว่าแค่คู่หน้าที่ได้ตอนนี้ก็ OK แล้ว การไม่ใส่คู่หลังก็จะช่วยให้คุณประหยัดงบไปได้ ไม่ต้องจ่ายเงินเกินความจำเป็น |
 |
 |
| Sub Bass Box ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเบสไม่หนักมาก |
Subwoofer ในตู้สูตรสำหรับผู้ที่ต้องการเบสหนัก ๆ |
3. ตัวเลือกถัดไปคือ Bass เมื่อได้ลองเปลี่ยน Front และลำโพงไปแล้ว ลองฟังดูว่า ใส่ไปแค่นี้ ได้คุณภาพเสียงตรงกับความต้องการแล้วหรือไม่ สำหรับบางท่านเพียงเท่านี้ก็ได้คุณภาพตรงตามความต้องการแล้ว ก็จบ ไม่ต้องเสียงบไปกับอุปกรณ์อื่น ๆ อีก แต่ถ้าหากใส่ไปแล้วยังรู้สึกว่าไม่พอ ต้องการมากกว่านี้ เช่น คุณอาจอยากได้เบสบ้าง เพื่อความสมจริงของระบบเสียง ทางเลือกต่อไปคือ ต้องการเบสหนักมากน้อยแค่ไหน หากไม่ได้ฟังเบสหนัก เสียงดังมากมาย อาจเลือกใช้เป็น Sub Bass Box ซึ่งมีกำลังขับในตัว ก็จะช่วยประหยัดงบไปได้เยอะ หรือถ้าลองฟัง Sub Bass Box แล้วยังไม่พอ ยังอยากได้เยอะกว่านั้นก็อาจจะเป็นเลือกเป็น Subwoofer ซัก 1 ข้าง ตีตู้สูตร กับแอมป์ขับซับดี ๆ เพียงเท่านี้ก็อาจเพียงพอแล้ว |
 |
| เพิ่มพละกำลังและความอิ่มของน้ำเสียงโดยการเพิ่มเพาเวอร์แอมป์ ซึ่งต้องเลือกให้แมทช์กับเครื่องเสียงที่มีอยู่เดิม |
4. สุดท้ายคือ พละกำลังและความอิ่มของน้ำเสียง หากทำครบ 3 ขั้นตอนแล้ว ยังต้องการน้ำเสียงที่อวบอิ่มกว่าเดิม ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเพิ่มเพาเวอร์แอมป์สำหรับขับลำโพงกลางแหลม และความสัมพันธ์ของเพาเวอร์แอมป์ ลำโพง และ Front เป็นปัจจัยสำคัญ เลือกแบบพอดี ๆ Matching ได้ จูนเสียงดี ๆ ก็ไม่ต้องจ่ายเยอะแล้ว |
การเปลี่ยนเครื่องเสียงตามข้างต้น จะทำทีละ Step ซึ่งช่วยให้ประหยัดงบ หรือสำหรับนักเล่นเครื่องเสียงมือใหม่ ที่ยังไม่มีความรู้ในเรื่องเครื่องเสียงมากนัก การได้เปลี่ยนเป็น Step ก็ช่วยให้คุณได้ฟังไปด้วยว่า คุณชอบไหม เพียงพอหรือยัง นี่ใช่แนวเสียงที่คุณต้องการหรือไม่ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องทุ่มงบลงไปในครั้งเดียว …ลงทุนเยอะเพียงครั้งเดียวแล้วได้ของดี ฟังถูกหู ถูกใจ คงไม่ว่ากัน แต่ลงทุนไปเยอะแล้วต้องโล๊ะทำใหม่ มันปวดใจสุด ๆ … เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมยังต้องมาเสียใจ เสียหูเพราะต้องทนฟังเสียงที่ไม่ถูกหู ถูกใจอีก และที่สำคัญอีกอย่างคือ ก่อนติดตั้งเครื่องเสียง ถ้าเป็นไปได้ลองฟังก่อนเลยครับ (ร้านส่วนใหญ่มีห้องทดลองฟังอยู่แล้ว) เพราะ 10 ปากคนอื่นว่า ไม่เท่าหูคุณฟังเอง เครื่องเสียงเป็นเรื่องของรสนิยม ใช่ว่าทุกคนจะชอบเหมือนกัน ดีของเค้าอาจไม่ใช่แนวของคุณ แนวของคุณเป็นแบบไหน ต้องลองฟังด้วยหูคุณเอง
|
| |
| |